<?xml version="1.0" encoding="ISO-8859-1"?>

<!DOCTYPE rss PUBLIC "-//Netscape Communications//DTD RSS 0.91//EN"
 "http://my.netscape.com/publish/formats/rss-0.91.dtd">

<rss version="0.91">

<channel>
<title>Sukhumvit Bangkok, Thailand - Sukumvit Hospital  :: โรงพยาบาลสุขุมวิท</title>
<link>http://www.sukumvithospital.com</link>
<description>Bangkok, Thailand - Sukumvit Hospital  :: โรงพยาบาลสุขุมวิท</description>
<language>th_TH</language>

<item>
<title>ทำเลสิกที่โรงยาบาลสุขุมวิทวันนี้เลือกผ่อนชำระได้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย</title>
<link>http://www.sukumvithospital.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=127</link>
<description><table width="100%" border="0" bgcolor="ffffff">
  <tr>
    <td height="200" background="images/sukumvit/bg_activities.jpg"><div align="center">
      <p><strong><font color="#0099FF">ไม่ต้องใส่แว่นก็มองชัดแบบนี้ได้</font></strong></p>
      <p><strong> <font color="#FF0099">ทำเลสิกที่โรงยาบาลสุขุมวิทวันนี้ </font><font color="#009900">เลือกผ่อนชำระได้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยกับ</font></strong></p>
      <p><strong><font color="#FF0000">ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารกรุงเทพ</font></strong></p>
      <p><b> สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์เลสิกและแก้ไขสายตา โรงพยาบาลสุขุมวิท<br>
      </b> 0-2391-0011 ต่อ 172</p>
    </div></td>
  </tr>
  <tr valign="top">
    <td><div align="center"><img src="/images/sukumvit/news/news_034_lasiktwice.jpg" altwidth="549" height="777"><br>    
    </div></td>
  </tr>
</table></description>
</item>

<item>
<title>เชิญเข้าฟังบรรยายเรื่องปวดศีรษะและน้ำในตัว</title>
<link>http://www.sukumvithospital.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=126</link>
<description><table width="100%" border="0" bgcolor="ffffff">
  <tr>
    <td height="200" background="images/sukumvit/bg_activities.jpg"><div align="center">
      <p><strong><font color="#0099FF">ขอเชิญเข้าร่วมฟังบรรยายเรื่อง</font></strong></p>
      <p><strong> <font color="#FF0099">ปวดศีรษะ ปวดบนใบหน้า </font><font color="#009900">และ 
</font><font color="#FF0099">เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับน้ำในตัว</font></strong></p>
      <p><strong><font color="#FF0000">โดย นพ.พินิจ ลิ้มสุคนธ์ อายุรแพทย์ระบบประสาท </font></strong></p>
      <p><strong><font color="#9900FF">เสาร์ที่ 29 มีนาคม 2551 เวลา 09.00-12.00 น.<br>
        ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 5 โรงพยาบาลสุขุมวิท
      </font></strong></p>
      <p><b> สำรองที่นั่งและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <br>
      </b> 0-2391-0011 ต่อ 142, 419, 445 </p>
    </div></td>
  </tr>
  <tr valign="top">
    <td><div align="center"><img src="/images/sukumvit/news/news_033_headwater.jpg" altwidth="550" height="766"><br>    
    </div></td>
  </tr>
</table></description>
</item>

<item>
<title>มะเร็งปากมดลูก ภัยร้ายป้องกันได้</title>
<link>http://www.sukumvithospital.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=125</link>
<description><p><strong>มะเร็งปากมดลูก ภัยร้ายป้องกันได้</strong></p>
<blockquote>
  <p>มะเร็งปากมดลูก คือ มะเร็งจากเซลล์ของปากมดลูก ซึ่งจะเจริญเติบโตผิดปกติ ทำลายมดลูก และแพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่นจะทำให้เสียชีวิตได้</p>
</blockquote>
<p><strong>ป้องกันและรักษาได้</strong></p>
<blockquote>
  <p>ในแต่ละปีพบผู้หญิงไดทย อายุ 35-60 ปี เป็นมะเร็งปากมดลูกเป็นอันดับหนึ่ง และเสียชีวิตเพราะไม่ได้ตรวจรักษา หรือตรวจพบเมื่อโรคมีความรุนแรงแล้ว</p>
  <p>การตรวจหามะเร็งปากมดลูกในระยะแรก และได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตลงได้อย่างชัดเจน</p>
</blockquote>
</description>
</item>

<item>
<title>รังแค</title>
<link>http://www.sukumvithospital.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=124</link>
<description><p><strong>รังแค</strong></p>
<blockquote>
  <p>เสื้อสีขาวกลายเป็นตัวโปรดทั้งๆ ที่ชอบใส่เสื้อสีเข้ม เพราะกลัวคนเห็นรังแคใช่ไหม? เพราะสมัยนี้เสื้อผ้าสีสดใสกำลังมาแรงและฮิตกันในหมู่วัยรุ่น คงไม่ใช่เรื่องสนุกหากคุณจะเลือกแต่งตัวแต่โทนสีอ่อนๆ ตกเทรนกันพอดี อยากจะใส่เสื้อสีสดใสบ้างก็กลัวจะเห็นรังแค</p>
  <p>ถ้าใครมีปัญหารังแคมากๆ จะทำให้สูญเสียความมั่นใจเวลาเข้าสังคมได้ อันที่จริงแล้วใครๆ ก็มีรังแคกันทั้งนั้น เพราะรังแคคือสะเก็ดชั้นหนังกำพร้าชั้นนอกที่ค่อยๆ หลุดกร่อนออกมาเรื่อยๆ ทีละน้อยๆ เป็นขุยละเอียดขาวๆ ถ้าไม่สระผมหลายวันก็จะเห็นรังแคจับที่เส้นผม การที่เราสระผมทุกครั้งก็จะชะล้างเอารังแคเหล่านี้ออกไปได้</p>
</description>
</item>

<item>
<title>ทำไมต้องตรวจสุขภาพ</title>
<link>http://www.sukumvithospital.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=123</link>
<description><p><strong>ต้องป่วยก่อนหรือถึงจะไปตรวจสุขภาพ</strong></p>
<blockquote>
  <p>ร่างกายมนุษย์เราเปรียบเหมือนเครื่องจักรที่มีความซับซ้อน และมีระบบสำคัญต่างๆ ที่ทำงานประสานกันเป็นอย่างดี ทั้งระบบที่ทำงานด้วยสัญญาณไฟฟ้าทำงานด้วยระบบจักรกล หรือทำงานด้วยระบบทางเคมี การที่ร่างกายมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้อย่างสุขสบาย ปราศจากโรคภัยก็เนื่องจากระบบต่างๆ เหล่านั้นยังสามารถทำานได้อย่างปกติ และทำงานสอดประสานกับระบบอื่นได้เป็นอย่างดี</p>
</blockquote>
</description>
</item>

<item>
<title>ตรวจสมรรถภาพการทำงานหลอดเลือดแดง ด้วยเครื่อง ABI</title>
<link>http://www.sukumvithospital.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=122</link>
<description><table width="100%" border="0" bgcolor="ffffff">
  <tr>
    <td height="200" background="images/sukumvit/bg_activities.jpg"><div align="center">
      <p><strong><font color="#0099FF">ABI ตรวจสมรรถภาพการทำงานหลอดเลือดแดง </font></strong></p>
      <p><strong><font color="#FF0099"> </font><font color="#009900">ถ้าคุณมีอายุมากกว่า 40 ปี, สูบบุหรี่, เป็นโรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือดสูง, มีอาการปวดน่องหรือขาเวลาเดินไกลๆ<br>
</font><font color="#FF0099">มาป้องกันภัยร้ายที่อาจจะเกิดกับหลอดเลือดก่อนที่จะสายไปตั้งแต่วันนี้</font></strong></p>
      <p><strong><font color="#009900"> <font color="#FF0000">ด้วยการตรวจวัดสมรรถภาพหลอดเลือดแดงด้วยเครื่อง ABI </font></font></strong></p>
      <p><b> สอบถามรายละเอียดที่ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลสุขุมวิท <br>
      </b>โทร. 0-2391-0011 ต่อ 110-115 </p>
    </div></td>
  </tr>
  <tr valign="top">
    <td><div align="center"><img src="/images/sukumvit/news/news_032_ABI.jpg" alt="ABI ตรวจสมรรถภาพการทำงานของหลอดเลือดแดง" width="700" height="1024"><br>    
    </div></td>
  </tr>
</table></description>
</item>

<item>
<title>ฟอกสีฟันทั้งปาก 7,000 บาท วันนี้ - 14 กุมภาพันธ์ 2551</title>
<link>http://www.sukumvithospital.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=121</link>
<description><table width="100%" border="0" bgcolor="ffffff">
  <tr>
    <td height="200" background="images/sukumvit/bg_activities.jpg"><div align="center">
      <p><strong><font color="#0099FF">ได้เวลา... "ยิ้ม" </font></strong></p>
      <p><strong><font color="#FF0099">        ฟอกสีฟันทั้งปาก 7,000 บาท</font></strong></p>
      <p><strong><font color="#009900"> <font color="#FF0000">1 ธันวาคม 2550 - 14 กุมภาพันธ์ 2551 เท่านั้น</font><br>
        มั่นใจได้ว่าเครื่องมือทุกชิ้นผ่านการฆ่าเชื้อ สะอาดและปลอดภัย</font></strong></p>
      <p><b>          สอบถามรายละเอียดที่ศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลสุขุมวิท <br>
        </b>โทร. 0-2391-0011 ต่อ 220 </p>
      </div></td>
  </tr>
  <tr valign="top">
    <td><div align="center"><img src="/images/sukumvit/news/news_031_whiteteeth.jpg" alt="ฟอกสีฟันทั้งปาก 7,000 บาท ถึง 14 กพ. 51" width="549" height="777"><br>
    </div></td>
  </tr>
</table></description>
</item>

<item>
<title>สาระน่ารู้เกี่ยวกับฟันปลอม</title>
<link>http://www.sukumvithospital.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=120</link>
<description><p><strong>สาระน่ารู้เกี่ยวกับฟันปลอม</strong></p>
<blockquote>
  <p><strong>พันปลอม คือ อะไร ?</strong><br>
    ฟันปลอม หมายถึง ฟันที่ใช้ทดแทนฟันธรรมชาติที่เสียไป แบ่งได้ 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ</p>
  <ol>
    <li><strong>ฟันปลอมติดแน่น</strong> หรือเรียกว่าสะพานฟัน ทำกรณีผู้ป่วยสูญเสียฟันไป 1-2 ซี่ และมีฟันหลังบริเวณที่สูญเสียไปเพื่อใช้เป็นฟันหลัก ฟันปลอมชนิดนี้มีข้อดีคือ ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกรำคาญ มีความสวยงานเป็นธรรมชาติ แต่มีข้อเสียคือ ต้องกรอฟันธรรมชาติที่เป็นหลักออกไป ถ้าผู้ป่วยดูแลรักษาไม่ดีจะเกิดการผุใต้สะพานฟัน ทำให้สูญเสียฟันได้ และมีราีคาสูง<br>
      <br>
      <strong>การดูแลสุขภาพของผู้ใช้ฟันปลอมแบบติดแน่น</strong><br>
      หลังจากการแปรงฟันตามปกติแล้ว ควรใช้ไหมขัดฟันชนิดพิเศษ (Super floss) ทำความสะอาดใต้สะพานฟัน ระวังอาหารที่แข็งหรือเหนียวมากๆ เพราะจะทำให้เคลือบพอร์ซิเลนของสะพานฟันเกิดการแตกหักได้<br>
      <br>
    </li>
    <li><strong>ฟันปลอมแบบถอดได้</strong> ทำในกรณีผู้ป่วยมีการสูญเสียฟันตั้งแต่ 1 ซี่ ขึ้นไป หรือไม่มีฟันในช่องปากเลย ฟันปลอมชนิดนี้มีข้อดีคือ ราคาต่ำกว่าแบบติดแน่น ไม่ทำลายฟันธรรมชาติที่เหลืออยู่ แต่มีข้อเสียคือผู้ป่วยต้องปรับตัวในการใส่ฟันปลอม และต้องถอดเข้าออกมาทำความสะอาด ฟันปลอมแบบถอดได้แบ่งตามวัสดุที่ใช้ทำได้ 3 ชนิด ดังนี้
      <ol>
        <li><strong>ฟันปลอมถอดได้ฐานพลาสติก</strong> มักใส่ชั่วคราวระหว่างรอให้แผลถอนฟันหายสนิท มีข้อดีคือ กรณีที่มีการสูญเสียฟันเพิ่มสามารถเสริมฟันที่หายไปได้ สามารถเสริมฐานฟันปลอมให้แนบสนิทกับสันเหงือกที่ยุบตัวลงไปได้ กรณีที่ฟันปลอมหลวม ราคาถูก แต่มีข้อเสียคือ ฟันปลอมจะชิ้นใหญ่ และคลุมฟันธรรมชาติมากถ้าทำความสะอาดไม่ดี ฟันธรรมชาติจะผุได้ และฟันปลอมจะแตกหักได้ง่ายเพราะวัสดุมีความแข็งแรงน้อย ต้องระวังไม่ทำตก</li>
        <li><strong>ฟันปลอมถอดได้โครงโลหะ</strong> ข้อดีคือชิ้นเล็กกว่าแบบพลาสติก คลุมฟันน้อยกว่า น้ำหนักเบา ทำให้ผู้ป่วยยอมรับฟันปลอมได้ง่ายกว่าแบบพลาสติก และแข็งแรงมากกว่า ข้อเสียคือแพงกว่าแบบพลาสติก และถ้ามีการสูญเสียฟันธรรมชาติที่เป็นหลักยึดฟันปลอม จะต้องทำฟันปลอมชิ้นใหม่</li>
        <li><strong>ฟันปลอมถอดได้ฐานยืดหยุ่นพิเศษ</strong> มีข้อดีคือมีความยืดหยุ่น เมื่อผู้ป่วยใช้งานจะเจ็บน้อยกว่า 2 แบบแรก มีความสวยงาม เนื่องจากตะขอมีสีเหมือนเหงือกทำให้มองไม่เห็นตะขอเวลายิ้มหรือพูด ข้อเสียคือดูแลรักษายุ่งยากกว่า 2 แบบแรก เนื่องจากวัสดุมีความพรุน จะเกิดการเปลี่ยนสีง่าย ต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดเฉพาะ และอุณหภูมิที่สูงมากๆ จะทำให้วัสดุฐานฟันปลอมเสียความยืดหยุ่นไป</li>
      </ol>
    </li>
  </ol>
  <blockquote>
    <p>เมื่อทราบแล้วว่าเหมาะกับฟันปลอมแบบใด ก็ควรจะทราบถึงการดูแลรักษาฟันปลอมแต่ละแบบ เพื่อที่เราจะได้ใช้งานฟันปลอมนั้นได้อย่างคุ้มค่าที่สุด และยืดอายุการใช้งานของฟันปลอมตลอดจนรักษาสุขภาพในช่องปากด้วย</p>
  </blockquote>
</description>
</item>

<item>
<title>การตรวจตาทั่วไปทางจักษุ (General Eye Examination)</title>
<link>http://www.sukumvithospital.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=119</link>
<description><p><strong>การตรวจตาทั่วไปทางจักษุ (General Eye Examination)</strong></p>
<blockquote>
  <p>โดยทั่วไปการตรวจตาจะต้องตรวจให้ละเอียดทั้งลักษณะโครงสร้าง และหน้าที่การทำงานของแต่ละส่วน ควรตรวจตาทั้ง 2 ข้าง บางครั้งเราอาจพบความผิดปกติบางอย่างโดยที่ผู้ป่วยยังไม่มีอาการ หรือผู้ป่วยไม่ทราบว่ามีอาการผิดปกติ การตรวจตาต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ป่วย ควรสร้างสัมพันธ์และบรรยากาศในการตรวจให้ผู้ป่วยร่วมมือมากที่สุด เพื่อการตรวจจะได้ผลดีและไม่เสียเวลามาก ในเด็กเล็กบางครั้งจะต้องใช้ยานอนหลับจึงจะตรวจได้</p>
</blockquote>
<p><strong>การตรวจตาควรทำเป็นลำดับขั้นตอน ดังนี้</strong></p>
<ol>
  <ol>
    <li><strong>การวัดระดับสายตา Visual acuity</strong><br>
      การวัดระดับสายตา VA เป็นสิ่งแรกที่ต้องตรวจและจำเป็นมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยอุบัติเหตุและผู้ที่มีอาชีพที่ต้องใช้สายตาเป็นพิเศษ<br>
      การวัดระดับสายตา Visual acuity หรือที่เรียกว่า VA มีความจำเป็นเท่ากับการวัด Vital sign หรือสัญญาชีพในผู้ป่วย</li>
    <li><strong>การวัดความดันตา Auto Tension</strong><br>
      ความดันตาปกติมีค่าประมาณ 12-20 มม.ปรอท (mmHg) การวัดความดันตามีความสำคัญเท่ากับการวัดความดันโลหิต ผู้ป่วยที่ควรวัดความดันตา
      <ol>
        <li>Routine Check up</li>
        <li>ผู้ป่วยที่ปวดศีรษะประจำ โดยเฉพาะผู้ป่วยหญิงกลางคนขึ้นไป</li>
        <li>ผู้ป่วยที่สงสัยต้อหิน เช่น ในเด็กที่มีกระจกตาใหญ่</li>
      </ol>
    </li>
    <li><strong>การตรวจการมองเห็นสี Color vision test</strong><br>
      การตรวจการมองเห็นสีมีหลายวิธี วิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุดคือ Ishihara psendoiso chromatic color plate จะมีภาพเป็นตัวเลขสีต่างๆ ประมาณ 20 ภาพ ถ้าสามารถอ่านตัวเลขถูกต้องทุกภาพ แสดงว่าการมองเห็นสีเป็นปกติ ถ้าอ่านผิดแสดงว่ามีความผิดปกติในการมองเห็นสี จะมีตารางบอกไว้ว่าผิดปกติระดับใด การทดสอบการเห็นสีมีความสำคัญในแง่การคัดเลือกคนเข้าทำงาน เกี่ยวข้องกับการแยกแยะสี เช่น โรงงานอุตสาหกรรมบางอย่าง นักเคมี ทหาร ตำรวจ</li>
    <li><strong>การตรวจวัดความโค้งของกระจกตา (Auto Refraction)</strong><br>
      เพื่อวัดหาค่าความโค้งของกระจกตาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์</li>
  </ol>
</ol>
</description>
</item>

<item>
<title>พัฒนาการเด็กแต่ละช่วงวัย</title>
<link>http://www.sukumvithospital.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=118</link>
<description><p><strong>พัฒนาการเด็กแต่ละช่วงวัย</strong></p>
<blockquote>
  <p>ตรวจสุขภาพเด็ก (ประจำปี) มีอะไรบ้าง...?<br>
    การเฝ้าระวังพัฒนาการของเด็กวัยต่างๆ ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 18 ปี เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วง 6 ปีแรกของชีวิต เนื่องจากเป็นระยะที่สมองมีการเจริญเติบโตอย่างมาก นับว่าเป็นช่วงเวลาที่สร้างรากฐานสำหรับทั้งชีวิต ถ้าพบว่ามีความผิดปกติในพัฒนาการ และได้รับการแก้ไขให้ความช่วยเหลือกแต่แรกเริ่ม จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการให้ใกล้กับปกติมากที่สุด เต็มตามศักยภาพของเด็ก ตารางข้างล่างนี้เป็นตัวอย่างพฤติกรรมพัฒนาการความปกติในช่วง 6 ปีแรก เด็กอาจมีความแตกต่างเร็วช้าได้บ้างถ้าคุณพ่อคุณแม่มีข้อสงสัย กรุณาปรึกษากุมารแพทย์ค่ะ 0-2391-0011 ต่อ 160-161</p>
</blockquote>
</description>
</item>

</channel>
</rss>