TH EN

Home : สาระน่ารู้เรื่องสุขภาพ : อายุรกรรม

มารู้จักไวรัสตับอักเสบซีและแนวการรักษาใหม่ล่าสุดกัน



 มารู้จักไวรัสตับอักเสบซีและแนวการรักษาใหม่ล่าสุดกัน

ไวรัสตับอักเสบเอ ไวรัสตับอักเสบบี เราได้ยินกันมานานแล้ว แต่ว่ากันว่าไวรัสตับอักเสบซี ไม่มีการรักษาอื่นได้นอกจากการฉีดยาร่วมกับ รับประทายาเท่านั้น มารู้จักไวรัสตับอักเสบซีนี้ กับนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินอาหารและตับ นายแพทย์ธราธิป ประคองวงษ์ ที่นอกจากจะมาบอกเราว่า “ไวรัสตับอักเสบซีนั้นเป็น อย่างไร” ยังมีคำแนะนำและอัพเดทแนวทางการรักษาใหม่ล่าสุดที่ให้ผล     การรักษาที่ดีขึ้นได้ถึง 90% ทีเดียว

Fact!

สถิติล่าสุด! ในประเทศไทยมีผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีอยู่ 2.8% หรือคิดเป็นจำนวนประชากรประมาณ 1.9 ล้านคน!

ปัจจุบันไวรัสตับอักเสบซีเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของโรคตับแข็งและมะเร็งตับ ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบได้อันดับ 1 ในผู้ชาย และเป็นมะเร็งอันดับ 3 ในผู้หญิงในไทย

* ผู้ป่วยที่มีความเร่งด่วนในการรักษาไวรัสตับอักเสบซี ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีภาวะตับแข็งแล้ว เพื่อลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรค เช่น ตับวายเรื้อรัง และมะเร็งตับ

 Health Alert!

ไม่น่าเชื่อเลยว่าเทรนด์การสักคิ้วของสาวไทยในปัจจุบัน คือสาเหตุที่ทำให้ไวรัสตับอักเสบซี แพร่กระจายมากขึ้น  ซึ่งอาจเกิดจากการปนเปื้อนของเชื้อไวรัสใน น้ำหมึก หัวเข็ม หรือภายในระบบของเครื่องสัก

 

มารู้จักไวรัสตับอักเสบซีกันก่อน

ไวรัสตับอักเสบซี คือไวรัสชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบเรื้อรัง สามารถติดต่อกันทางการได้รับเลือด หรือการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ป่วยที่เป็นโรค หรือทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก หลังจากได้รับเชื้อ 15% ของผู้ป่วยสามารถหายเองได้ แต่อีก 85% ของผู้ได้รับเชื้อจะกลายเป็นโรคตับอักเสบซีเรื้อรังภายในระยะเวลา 20-30 ปี ในระหว่างนั้น เชื้อไวรัสจะทำให้ ผู้ป่วยมีภาวะตับอักเสบและเนื้อตับบางส่วนจะถูกทำลาย และมี   ผังผืดในตับมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้น จนเข้าสู่ภาวะตับแข็งในที่สุด เมื่อผู้ป่วยมีภาวะตับแข็ง ก็จะมีโอกาสเป็นมะเร็งตับได้สูงมากขึ้นนั่นเอง


เราจะรู้ได้อย่างไร...เมื่อติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี?

เนื่องจากผู้ป่วยไวรัสตับซีส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ ดังนั้นผู้ป่วยมักจะรู้ตัวเมื่อมีโอกาสตรวจสุขภาพประจำปี หรือมีโอกาสตรวจเลือดก่อนการบริจาคเลือด แต่ก็มีโอกาสที่ผู้ป่วยบางรายมีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง นอกจากนี้เชื้อไวรัสตับซีนี้ ยังกระตุ้นให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันที่ทำงานไวเกินไป และเกิดภาวะผิดปกติของระบบต่างๆ เช่น เกล็ดเลือดต่ำ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง      เบาหวาน หรือต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ดังนั้นจึงควรเริ่มสังเกต   ตัวเองและตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ

ข่าวดีคือ...ยารักษาใหม่ ให้ผลการรักษามีโอกาสหายมากกว่า 90%

นายแพทย์ธราธิป อธิบายว่า โรคไวรัสตับอักเสบซีนี้ ถึงแม้จะมีโอกาสติดยากกว่าไวรัสตับชนิดอื่น แต่การรักษาก็ยากและมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าเช่นกัน ดังนั้นจึงมีการพัฒนาตัวยาเพื่อช่วยให้การรักษาที่ดีขึ้น และการพัฒนาก็คือ จากตัวยาเดิมในอดีตที่จะใช้ยาฉีดเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่วมกับยารับประทาน ซึ่งการรักษาจะได้ผลแค่เพียง 40-70% แถมยังเกิดผลข้างเคียงมาก และมีข้อห้ามใช้ยาใน  ผู้ป่วยหลายกลุ่ม แต่ล่าสุดนั้นมียารับประทานชนิดใหม่ที่ให้ผลการรักษาที่ดีขึ้น โดยไม่ต้องฉีดยา ที่สำคัญมีโอกาสหายมากกว่า 90% ในผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะตับแข็ง และหายมากกว่า 80% ในผู้ป่วยที่มีภาวะตับแข็งร่วมด้วย โดยยากลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสตับอักเสบซีโดยตรง จึงไม่มีผลข้างเคียงมากเหมือนยาในกลุ่มต้านภูมิคุ้มกัน แต่อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย อย่าง อาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย  ที่สำคัญคือ ยาชนิดใหม่นี้ยังสามารถใช้ในผู้ป่วยภาวะตับแข็ง ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง และผู้ป่วยที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะมาแล้ว และยาชนิดใหม่นี้ยังสามารถลดระยะเวลารักษาได้เหลือเพียง 12-24 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสูตรยา ชนิดของเชื้อ และสภาวะของผู้ป่วยด้วย

สรุปก็คือ ไวรัสตับอักเสบซีนี้ ถึงแม้จะเป็นภัยเงียบที่ทำให้เกิดภาวะตับแข็ง และเป็นสาเหตุของมะเร็งตับ แต่หากผู้ป่วยตรวจเช็คสุขภาพแล้วพบว่า ติดเชื้อไวรัสนี้ หรือผู้ป่วยที่ทราบว่าตนเองเป็นไวรัสตับอักเสบซีอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้ทำการรักษา สามารถรับการรักษาได้ ด้วยตัวยาใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม มีผลข้างเคียงน้อย และใช้เวลารักษาไม่นานเลย