TH EN

Home : สาระน่ารู้เรื่องสุขภาพ : ตา

เบาหวานขึ้นตาใครว่ามีแค่ในมุขตลก



 เบาหวานขึ้นตาใครว่ามีแค่ในมุขตลก

ได้ยินบ่อยมาก กับมุขเบาหวานขึ้นตา จนหลายคนนึกว่าเป็นเรื่องล้อเล่นกันเท่านั้น

เราขอมายืนยันว่า “ภาวะเบาหวานขึ้นตานั้นมีอยู่จริง!!” แต่ผู้ป่วยเบาหวานไม่ต้องกังวล เพราะเรามีวิธีป้องกันมาแนะนำ

ชื่อเต็มๆ คือ...เบาหวานขึ้นจอประสาทตา

หรือชื่อทางการแพทย์เรียกว่า Diabetic Retinopathy หลายคนอาจงงว่า เบาหวานกับตามาเกี่ยวกันได้อย่างไร? คำตอบก็คือ โรคเบาหวานนั้นคือภาวะที่ระดับน้ำตาลในร่างกายสูงผิดปกติ และโรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง ดังนั้นจึงทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของผนังหลอดเลือดทั่วร่างกาย หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดใน บริเวณไต และรวมถึงหลอดเลือดในตานั่นเอง  

เมื่อหลอดเลือดที่ตามีความเสื่อมเกิดขึ้น จึงส่งผลให้เกิดการรั่วไหลผิดปกติของของเหลว เช่น ไขมัน หรือเลือด เกิดภาวะจอประสาทตาบวม จอประสาทตาเกิดผังผืด หรือเลือดออกในน้ำวุ้นตา ทำให้การมองเห็นผิดปกติ หรือถึงขั้นตาบอดได้ ดังนั้นจึงสำคัญมากที่ผู้ป่วย   เบาหวานทุกคนจึงควรเข้ารับการตรวจตาเป็นประจำตามคำแนะนำของแพทย์ที่รักษา

ถ้าเป็นเบาหวานแล้ว...รีบตรวจตาเลย

ผู้ป่วยเบาหวาน เมื่อรู้ตัวแล้ว จึงควรรีบตรวจตาทันที ก็จะสามารถป้องกันภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานที่ตั้งครรภ์ ควรรีบตรวจตาทันทีภายในช่วง 3 เดือนแรกที่ตั้งครรภ์และตรวจตาอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากการตั้งครรภ์มีผลให้อาการจอตาเสื่อมจากเบาหวานนั้นแย่ลงได้มากกว่าปกติ

เป็นแล้ว...ยังรักษาหายได้

เมื่อเกิดภาวะเบาหวานขึ้นตาแล้วนั้น การรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะของโรค หากเป็นในระยะแรก เพียงตรวจและติดตามอาการอย่างต่อเนื่องพร้อมควบคุมที่ปัจจัยอื่น ก็สามารถหายหรือป้องกันได้ แต่หากเกิดภาวะเส้นเลือดงอกผิดปกติ หรือจอประสาทตาบวม ก็สามารถรักษาด้วยการยิงเลเซอร์ให้เส้นเลือดฝอยที่ผิดปกติฝ่อไป หรือฉีดยาเข้าวุ้นตา เพื่อลดอาการ ในกรณีที่ต้องทำการผ่าตัด ก็เฉพาะเมื่อเกิดภาวะเลือดออกในวุ้นตา หรือจอประสาทตาหลุดลอกเท่านั้น

ป้องกันเบาหวานขึ้นตาด้วย 3 วิธีนี้เลย

ผู้ป่วยเบาหวานสามารถป้องกันภาวะเบาหวานขึ้นตาได้ หากดูแลตัวเองอย่างถูกต้องด้วย 3 สเต็ปนี้อย่างสม่ำเสมอ

1. รักษาระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติที่สุด หมั่นพบแพทย์และปรับการใช้ยากับอายุรแพทย์อย่างสม่ำเสมอไม่ขาดตอน

2. ระวังความเสี่ยงอื่นๆ ที่มีโอกาสทำให้หลอดเลือดเกิดความเสื่อม อย่างเช่นภาวะความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น

3. ตรวจตากับจักษุแพทย์เป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือตามคำแนะนำของจักษุแพทย์