สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกรักด้วยวัคซีน

วัคซีน ผู้กระตุ้นภูมิคุ้มกัน

วัคซีน คือ สารที่เมื่อให้กับร่างกายแล้วจะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา ภูมิคุ้มกันที่เอ่ยถึงนี้ทำหน้าที่เสมือนทหารกล้ามาช่วยต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งภูมิคุ้มกันของร่างกายก็จะมีหน่วยความจำที่เฉพาะเจาะจง สำหรับแต่ละเชื้อโรคไปตามแต่ละชนิดของวัคซีนที่ได้รับ เช่น หากลูกน้อยได้รับวัคซีนป้องกันโปลิโอ ภูมิคุ้มกันจะจดจำเชื้อโปลิโอเอาไว้ ในอนาคตเมื่อมีเชื้อโปลิโอเข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันหรือทหารกล้าของเรา ก็จะต่อสู้กับเชื้อโปลิโอได้ในทันที เป็นต้น เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้ที่ได้รับวัคซีนย่อมมีโอกาสเจ็บป่วยจากการติดเชื้อได้น้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน ซึ่งเสมือนว่าไม่มีทหารไว้ช่วยป้องกันตัว

วัคซีน คุณค่าเหนือการประเมิน

มีคำกล่าวว่า วัคซีน คือ อาวุธที่ทรงประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพของมวลมนุษย์ ซึ่งคำกล่าวนี้คงไม่ผิดไปจากความจริงนัก เพราะไม่เพียงช่วยป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยด้วยโรคติดเชื้อต่างๆ แต่ยังมีคุณค่าอีกมากมาย อาทิ

วัคซีนข่วยลดจำนวนเด็กผู้เสียชีวิตประมาณ 3 ล้านคนต่อปีทั่วโลก และสามารถป้องกันไม่ให้เด็กๆ ทั่วโลก 750,000 คน ต้องพิการในแต่ละปี (1) วัคซีนเป็นหนึ่งในการป้องกันที่ได้ผลดี สำหรับโรคติดเชื้อรุนแรงต่างๆ อาทิ คอตีบ บาดทะยัก โปลิโอ และตับอักเสบบี เป็นต้น

การได้รับวัคซีนตามความเหมาะสมก็จะช่วยป้องกันไม่ให้โรคร้ายแพร่ระบาดจากหน่วยย่อยของแต่ละครัวเรือน ขยายออกไปในชุมชน ประเทศและโลกของเรา ในที่สุด ทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นตามมาในอนาคตได้อย่างมากอีกด้วย โรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน

หลังจากที่มีการค้นพบหลักการของการให้วัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษขึ้นแล้ว วงการแพทย์ก็ได้พลิกบทบาทการป้องกันโรค และคิดค้นวัคซีนใหม่ๆ ชนิดแล้วชนิดเล่า เพื่อมาต่อสู้กับโรคร้ายต่างๆ จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ มีโรคติดเชื้อถึง 26 ชนิดที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน เช่น วัคซีนป้องกันโรคลำไส้อักเสบจากเชื้อไวรัสโรตา ที่เกิดในทารก และเด็กเล็ก เป็นต้น

ในที่นี้จะขอแนะนำคุณพ่อคุณแม่ให้รู้จักเฉพาะโรคที่มีวัคซีนป้องกันแล้วในประเทศไทยเท่านั้น

  • คอตีบ
  • โปลิโอ
  • ไอกรน
  • หัด
  • ตับอักเสบบี
  • ไข้หวัดใหญ่
  • วัณโรค
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ จากเชื้อฮิบ
  • โรคไข้สมองอักเสบ จากเชื้อเจอี
  • หัดเยอรมัน
  • คางทูม
  • อีสุกอีใส
  • โรคลำไส้อักเสบจากเชื้อไวรัสโรตา
  • ทำอย่างไรให้ห่าางไกลโรค

หลักในการป้องกันโรคโดยทั่วไป คือ การทำให้ทุกคนในครอบครัวมีพื้นฐานสุขภาพที่ดี กินอาหารตามหลักโภชนาการ ออกกำลังกายและพักผ่อนให้พอเหมาะ รักษาความสะอาดของร่างกาย อาหาร น้ำดื่ม เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย ดูแลสิ่งแวดล้อมให้สะอาด ปลอดจากมลภาวะ หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรค แต่ถึงแม้จะดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเพียงใด สมาชิกในครอบครัวก็มีโอกาสรับเชื้อโรค โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คื่อ การรับวัคซีนเหมือนเรามีทหารมาช่วยป้องกันจากเชื้อโรคที่เข้ามาโจมตี โดยเฉพาะโรคที่ผลิตวัคซีนป้องกันได้แล้ว เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเตรียมพร้อมในการปกป้อง

(1) แนะนำวัคซีนโปลิโอชนิดกินเป็นวัคซีนพื้นฐาน หรืออาจเลือกใช้วัคซีนโปลิโอชนิดฉีดแทนได้
(2) ปัจจุบันมีวัคซีนรวม 6 โรค (ตับอักเสบบี คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน โปลิโอ ฮิบ) ชนิดผลข้างเคียงต่ำ
(3) เป็นวัคซีนที่ให้เสริมตามดุลยพินิจของแพทย์และผู้ปกครอง
(4) ฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี
(5) ฉีด 2 ครั้ง ห่างกัน 2-4 สัปดาห์
(6) ฉีด 2 ครั้ง ห่างกัน 6-12 เดือน
(7) ฉีด 1 ครั้ง เมื่ออายุ 1 ปี - 12 ปี หากมากกว่า 13 ปี ให้ 2 ครั้ง ห่างกัน 4-8 สัปดาห์
(8) ในเด็กอายุ 6 เดือน - 8 ปี แนะนำให้เริ่มต้นด้วยการฉีด 2 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน และกระตุ้นทุกปี ปีละ 1 เข็ม

เรียบเรียงโดย : พญ.จริยา ศาสตรสาธิต
กุมารแพทย์ประจำศูนย์กุมารเวช